มองสถานการณ์สิ่งแวดล้อมผ่านสายตาช่างภาพ

ผมเติบโตในวงการถ่ายภาพผ่านคำพูดของโรเบิร์ต คาปา (Robert Capa) ช่างภาพที่ทำงานในแนวหน้าของสนารบ ที่ว่า “ถ้าภาพถ่ายของคุณยังไม่ดีพอ นั่นหมายความคุณยังไม่ใกล้ชิดกับสิ่งที่คุณจะถ่ายทอดมากพอ”
คำพูดง่ายๆ

แต่ลึกซึ้งนี้ เหล่าช่างภาพต่างให้ความหมายที่แตกต่างออกไปในแบบฉบับของตนเอง เช่นเดียวกับการที่ภาพถ่ายที่ถูกนำมาใช้เป็นสื่อชนิดหนึ่ง ภาพถ่ายใบนั้นอาจมีความหมายเป็นพิเศษต่อช่างภาพ และต่อประชาชนทั่วไปในเวลาเดียวกัน ภาพถ่ายคือใบเบิกทางให้เกิดการถกเถียง และตีความ correo-hotmail.com ซึ่งจำเป็นจะต้องเป็นภาพที่สะท้อนความจริงและความจริงใจของช่างภาพและสถานการณ์ที่ถ่ายทอด

ในช่วงศตวรรษที่ 19 การถ่ายภาพถือกำเนิดขึ้นเพื่อเป็นประจักษ์พยาน มันถูกใช้ในการบันทึกสภาพตึกรามบ้านช่อง ความเป็นไปของสังคมในรูปของภาพถ่ายบุคคล ซึ่งจัดได้ว่าเป็นเอกสารชิ้นสำคัญทางประวัติศาสตร์ การถ่ายภาพจึงถือเป็นสื่อแรกในการเป็นประจักษ์พยานที่เป็นที่รู้จักในสมัยของเรา

เมื่อเวลาผ่านไปจนล่วงเลยเข้าสู่ช่วง 200 ปีที่ผ่านมา เราได้เห็นและยอมรับอานุภาพของภาพถ่ายที่ดีมากขึ้น เราได้เห็นภาพถ่ายที่ได้รับการยอมรับในฐานะหลักฐานทางคดีความต่าง ๆ และเป็นสิ่งที่สร้างแรงบันดาลใจให้แก่รัฐบาลและประชาชนในการยืนหยัดและพร้อมต่อสู้ ภาพบางภาพทำให้เราตื้นตัน โกรธ และสร้างแรงผลักดันให้กับเราได้ในเวลาเดียวกัน

การถ่ายภาพจัดได้ว่าเป็นส่วนสำคัญในการเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม เป็นสื่อกลางในการเปล่งเสียงไปสู่ผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ ภาษาและวัฒนธรรมในสังคม โดยเล่าผ่านภาษาที่ทุกคนสามารถเข้าใจร่วมกันได้

ภาพจำนวนหนึ่งด้านล่างนี้เป็นภาพประวัติศาสตร์ของกรีนพีซที่ได้ส่งต่อแรงบันดาลใจและสร้างแรงผลักดันให้แก่ผู้คนมากมายนับร้อยนับพันทั่วโลก