มูลเหตุแห่งการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ

ต้นเหตุที่ทำให้เกิดการทำลายทรัพยากรธรรมชาติมี 3 ทาง ได้แก่ มนุษย์ สัตว์และโรคต่าง ๆตลอดจนปรากฏการณ์ธรรมชาติ ซึ่งการสูญเสียเนื่องจากมนุษย์เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด ด้วยสาเหตุต่อไปนี้

1. การเพิ่มขึ้นของประชากร เป็นที่ทราบกันแล้วว่าทรัพยากรธรรมชาติเป็นที่มาของปัจจัย4 ที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ และประชากรมนุษย์ก็มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในลักษณะของอัตราทวีคูณ (Exponential growth) ดังนั้น การใช้ทรัพยากรธรรมชาติจึงมากขึ้นเป็นเงาตามตัว ซึ่งนอกจากเก็บเกี่ยวมาใช้ในชีวิตประจำวันแล้วยังมีการกักตุนทรัพยากรไว้ใช้อีกบางส่วน หากไม่มีการจัดการที่ดีอาจทำให้ทรัพยากรธรรมชาติเสื่อมโทรมและบางชนิดอาจหมดไปในที่สุดได้

2. คุณภาพของประชากร หรือความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ทำให้เกิดการทำลายทรัพยากรได้มากขึ้น และก่อให้เกิดผลกระทบในทางลบต่อสิ่งแวดล้อมหรือระบบนิเวศได้ เพื่อให้เกิดความสมดุลในระบบนิเวศ ประชากรควรจะมีความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติของทรัพยากรและความสำคัญที่มีต่อระบบนิเวศ เพื่อให้มีการใช้ทรัพยากรอย่างระมัดระวังและร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่อย่างสมดุลในระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมต่อไป

3. การกีฬา ในที่นี้หมายถึงการกีฬาที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติ เช่น การล่าสัตว์ป่า การตกปลา และการยิงนก เป็นต้น ซึ่งการกีฬาเหล่านี้หากมีมากหากมากเกินไปจะทำให้เกิดการสูญเปล่าของทรัพยากรที่ล่ามาได้ ส่งผลกระทบต่อการสูญเสียชีวิตและพันธุกรรมของทรัพยากรเหล่านั้นให้ลดจำนวนลงและอาจสูญพันธุ์ไปในที่สุด

4. การสงคราม เป็นสาเหตุแห่งการใช้ทรัพยากรธรรมชาติจำนวนมาก ทั้งทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ และทรัพยากรมนุษย์ วัสดุอุปกรณ์และพลังงานต่าง ๆ ถูกนำมาใช้ในสงคราม และเมื่อเกิดส่งครามขึ้นก็ก่อให้เกิดความเสียหายตามมาอีกอย่างมหันต์ เช่น การทำลายเกาะทั้งเกาะด้วยระเบิดซึ่งบนเกาะมีสิ่งมีชีวิตและทรัพยากรธรรมชาติมากมาย การระเบิดบ่อน้ำมันนอกจากจะก่อให้เกิดการทำลายแล้วยังเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตามมาในรูปของมลพิษสิ่งแวดล้อมอีกด้วย เช่น เสียง ความร้อน มลพิษทางอากาศ มลพิษทางน้ำ ขยะและของเสียอันตรายฯลฯ

5. การขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจ รูปแบบของการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจจะเน้นปริมาณผลผลิตโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมา เช่น ระบบการเกษตรมีการปลูกพืชเศรษฐกิจซึ่งเน้นการปลูกพืชเชิงเดี่ยวที่ไม่มีความหลากหลาย สุดท้ายธรรมชาติก็เสียสมดุลทั้งด้านชีวภาพและกายภาพ การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจทำให้มาตรฐานการดำรงชีวิตของมนุษย์สูงตามไปด้วย มีการใช้ทรัพยากรมากเกินความจำเป็น การใช้อย่างฟุ่มเฟือย ก่อให้เกิดความสูญเสียและการสูญเปล่าของทรัพยากร นอกจากนี้ การพัฒนายังก่อให้เกิดการแข่งขันทำให้เกิดการผลักดันการเก็บเกี่ยวทรัพยากรธรรมชาติเพื่อเป็นวัตถุดิบเพิ่มมากขึ้นด้วย จนทำให้ทรัพยากรธรรมชาติถูกทำลายจนเสียสมดุล

6. การพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นวิทยาการใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อช่วยเสริมให้มีการใช้ธรรมชาติให้ได้ปริมาณมากยิ่งขึ้น ซึ่งในการใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ ย่อมก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมไม่มากก็น้อย ดังนั้นเมื่อเกิดผลกระทบขึ้นก็มีการผลิตเทคโนโลยีมาช่วยแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอีกเป็นการเพิ่มปริมาณปัญหามากกว่าการแก้ไขปัญหาที่แท้จริง อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าการใช้เทคโนโลยีจะไม่ช่วยอะไรได้ เทคโนโลยีสามารถอำนวยความสะดวกและให้ประโยชน์ต่อมวลมนุษย์มากมาย จนปัจจุบัน มนุษย์บางคนไม่สามารถอยู่ได้โดยขาดเทคโนโลยี นี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่เราไม่สามารถลดปัญหาสิ่งแวดล้อมให้หมดสิ้นได้ แต่เราก็สามารถช่วยกันลดและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมได้บางส่วน เช่น ลดการใช้เทคโนโลยีที่ฟุ่มเฟือย หันมาใช้เทคโนโลยีภายที่เหมาะสม เป็นเทคโนโลยีที่ผลิตภายในประเทศเทคโนโลยีท้องถิ่น หรือเทคโนโลยีชีวภาพ ช่วยกันประหยัดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ หรือใช้อย่างยั่งยืน แล้วเราจะมีทรัพยากรธรรมชาติไว้ใช้อย่างยาวนาน และไม่รบกวนระบบนิเวศในธรรมชาติให้เสียสมดุล

7. การสร้างสิ่งก่อสร้างต่าง ๆสิ่งก่อสร้างต่างๆ ล้วนแล้วแต่มาจากวัสดุจากธรรมชาติทั้งสิ้น เช่น ไม้ หิน ทราย ดินปูน เป็นต้น ดังนั้น หากมีสิ่งก่อสร้างเพิ่มขึ้นมากมายย่อมหมายถึงการที่ธรรมชาติถูกเก็บเกี่ยวเพิ่มขึ้นเท่าตัว เพราะการใช้ทรัพยากรธรรมชาติเมื่อเก็บเกี่ยวมาแล้วไม่สามารถใช้ได้ทั้ง 100% จะต้องมีส่วนที่สูญเสียไปบ้างบางส่วน นอกจากนี้ หากมีการเก็บเกี่ยวทรัพยากรชนิดหนึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทรัพยากรอีกชนิดหนึ่งหรือหลายชนิด ทั้งในด้านของการใช้พื้นที่และกระบวนการ เช่น การระเบิดภูเขาหินปูน การตัดไม้ การทำเหมืองแร่ ทำให้สัตว์ป่าหลายชนิดไม่มีที่อยู่อาศัย บางชนิดอาจได้รับผลกระทบจากกระบวนการเก็บเกี่ยว เช่น แรงระเบิด การชักลาก ขนย้าย เป็นต้น