วิธีการ อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

   วิธีการ อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
ขั้นตอนง่ายๆ ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนั้นง่ายกว่าที่คิด เพียงแค่เริ่มจากการเปลี่ยนนิสัยการใช้ชีวิตประจำวัน และการจะช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมได้นั้น ทำได้ง่ายๆ โดยลดการใช้พลังงานและลดการใช้ทรัพยากรน้ำ ปรับเปลี่ยนการบริโภคอาหาร การใช้ยานพาหนะเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งปรับสภาพบ้านและสวนให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หากคุณเริ่มจากการใช้ชีวิตประจำวันให้มีจิตสำนึกต่อสิ่งแวดล้อมได้แล้ว ต่อไปก็จะขยับขึ้นไปเป็นการเข้าไปมีบทบาทต่อสังคมโดยการแนะนำผู้อื่นให้ทำตามได้อีกด้วย

   เปลี่ยนนิสัยการใช้ชีวิตประจำวัน


1.ปิดสวิตซ์เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดเมื่อไม่ได้ใช้งาน. หากไม่ได้ใช้งานให้ปิดให้เรียบร้อย เช่น หลอดไฟ โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ และอื่นๆ
• กำหนดเวลาในการเปิดปิดไฟให้ตรงกันในแต่ละวัน หรืออาจเลือกซื้ออุปกรณ์ตั้งเวลาจากร้านค้าอุปกรณ์มาติดตั้ง เพื่อควบคุมการเปิด-ปิดไฟ
• คุณอาจจะเลือกซื้อเครื่องทำความร้อนและพัดลมที่มีตัวตั้งเวลาเปิดปิด เพื่อในเวลากลางคืนหากร้อน หรือเย็น ก็จะปิดได้เองอัตโนมัติ ซึ่งตัวตั้งเวลามักจะตั้งเวลาได้ในหน่วยชั่วโมงแล้วจะทำการปิดอัตโนมัติ

 

2.ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น. การเสียบปลั๊กสำหรับอุปกรณ์บางตัว เช่น ตัวชาร์จแล็ปท็อป หรือเครื่องปิ้งขนมปัง จะทำให้เปลืองไฟโดยใช่เหตุ แม้จะปิดสวิตซ์แต่ไม่ถอดปลั๊กก็ยังกินไฟอยู่ดี เพราะฉะนั้นจึงควรถอดปลั๊กหากคิดว่าจะไม่ได้ใช้อีกใน 36 ชั่วโมงข้างหน้า (หรือมากกว่านั้น)
• ใช้ปลั๊กพ่วง เพื่อที่จะปิดสวิตซ์เครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชิ้นได้ในครั้งเดียว โดยคุณสามารถถอดปลั๊กอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชนิดได้เพียงครั้งเดียว เช่น ใช้ปลั๊กพ่วงกับคอมพิวเตอร์ หากต้องการเลิกใช้คอมพิวเตอร์ก็เพียงแค่ปิดสวิตซ์ปลั๊กพ่วงเพียงปุ่มเดียว
• หมั่นตรวจสอบว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าของคุณใช้ไฟเหมาะสมหรือไม่ โดยการสังเกตหรือใช้อุปกรณ์ทดสอบการกินไฟ โดยเสียบอุปกรณ์ตัวนี้เข้ากับเครื่องใช้ไฟฟ้านั้นๆ เพื่อวัดว่าใช้ไฟไปเท่าไร และใช้วัดหลังจากถอดปลั๊กว่ายังกินไฟอยู่หรือไม่

 

3.ไม่ต้องใช้เครื่องอบผ้า แต่ให้นำมาตากกับราวแทน. การใช้ลมและแดดจากธรรมชาติจะช่วยให้กลิ่นกับหายไปโดยไม่ต้องเปลืองพลังงานเลยแม้แต่น้อย เนื่องจากเครื่องเป่าลมด้วยไฟฟ้าจะใช้พลังงานมากรองจากตู้เย็นและเครื่องปรับอากาศ หากจำเป็นต้องใช้เครื่องเป่าลมด้วยไฟฟ้า ต้องเช็คให้ดีว่าไม่มีอะไรอุดตันช่องลมหรือไม่ เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุดในการทำงานของเครื่อง
• หากจะใช้เครื่องซักผ้า ควรใส่ผ้าลงไปซักทีละจำนวนมาก อย่าใส่ทีละน้อยๆ ตัว เพราะจะทำให้เปลืองน้ำ เพราะฉะนั้นให้ใส่เสื้อผ้าที่ต้องการจะซักลงไปในเครื่องให้เต็มจำนวนเพื่อประหยัดน้ำและไฟฟ้า
• หากมีผ้าไม่กี่ตัว อาจใช้การซักมือแทน หรือเลือกซื้อเครื่องซักผ้าที่ประหยัดน้ำมาใช้เพื่อที่จะได้ไม่ต้องใช้น้ำเยอะในการซักแต่ละครั้ง

 

4.ใช้เครื่องปรับอากาศเท่าที่จำเป็น. เนื่องจากเครื่องปรับอากาศเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุดเลยก็ว่าได้ ควรเปลี่ยนมารับลมจากธรรมชาติหรือใช้พัดลมเพื่อคงความเย็นแทน ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
• หากต้องการใช้เครื่องปรับอากาศ ให้ตั้งอุณหภูมิที่ต่ำกว่าภายนอกอาคาร แต่การตั้งอุณหภูมิต่ำเกินไป ก็ยิ่งทำให้เปลืองไฟ จึงไม่จำเป็นต้องตั้งให้ต่ำมากเพื่อต้องการให้เย็นเร็วๆ

 


5.ปิดเครื่องทำความร้อนและปิดช่องลมแอร์ภายในบ้าน. ปิดอุปกรณ์ดังกล่าวในห้องที่ไม่ได้ใช้งานเป็นประจำ รวมทั้งปิดประตูห้องไว้ด้วย ก็จะช่วยให้อากาศจากภายนอกเข้ามาได้น้อยลง ลดการสิ้นเปลืองพลังงานจากการเปิดเครื่องทำความร้อนหรือเครื่องทำความเย็นภายในตัวบ้าน

 


  6.ใช้น้ำอย่างประหยัด. โดยเฉลี่ยแล้วแต่ละครอบครัวของชาวอเมริกันที่มีสมาชิก 4 คนจะใช้น้ำประมาณ 1,514 ลิตรต่อวัน จึงมีนโยบายในการประหยัดน้ำ ดังนี้
• อย่าเปิดฝักบัวอาบน้ำนาน หรือเปิดน้ำใส่อ่างอาบน้ำเพียง ¼ หรือ 1/3 ของอ่าง
• ปิดก๊อกน้ำระหว่างแปรงฟัน
• ติดตั้งหัวฉีดที่แรงดันน้ำต่ำ (ก๊อกน้ำ) ฝักบัวที่น้ำไหลไม่แรง และโถส้วมชนิดประหยัดน้ำ
• ล้างจานเมื่อมีจานที่ต้องล้างปริมาณมากๆ
• ซักผ้าเมื่อมีผ้าจำนวนมาก และเลือกใช้เครื่องซักผ้าชนิดฝาหน้าถ้าเป็นไปได้
• หากต้องการล้างรถเอง ให้ไปจอดรถไว้ที่สนามหญ้าแล้วใช้ถังน้ำและฟองน้ำช่วยขัด ใช้สายยางฉีดน้ำเพื่อล้าง และปิดน้ำขณะเช็ดรถด้วย ไม่ควรเลือกใช้สบู่หรือน้ำยาล้างรถที่ทำจากสารเคมี เนื่องจากเมื่อล้างออกก็จะไหลไปตามลมพายุ (หากบริเวณนั้นมีพายุ) และเป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมได้
• หากมีสระว่ายน้ำในบ้าน ควรมีหลังคาบังแดดไว้ ป้องกันการระเหยของน้ำจากความร้อนของแสงอาทิตย์ที่จะทำให้น้ำในสระแห้งลงไป
• ปลูกพืชทนแล้งหรือทำสวนพืชทนแล้ง เพื่อรักษาสภาพแวดล้อมรอบบ้าน และช่วยประหยัดน้ำจากการไม่ต้องรดน้ำโดยไม่จำเป็นอีกด้วย