“สิ่งแวดล้อม” ประเด็นใหม่ทางการเมือง

ที่ผ่านมาคนไทยเบื่อกับการใช้อำนาจของ “รัฐบาลชุดเก่า” ที่ใช้อำนาจอย่างลำพองใจ จนมีข่าวลือว่าในวงการตำรวจ แม้จะขอขึ้นเป็นหัวหน้าโรงพักเล็กๆ ในชนบทก็ต้องไปให้ผู้มีอำนาจดูหน้าดูตากันที่ต่างประเทศ ใช้อำนาจกันถึงขนาดแปรกองกำลังของ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) จากที่มีหน้าที่เพื่อป้องกันปราบปราม และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มาเป็นม๊อบรับใช้การเมือง ทิ้งงานประจำไปอย่างไม่ใยดี หลายคนตอบแทนรับใช้จนได้ดิบได้ดีไปหลายคน แม้วันนี้ผู้คนเหล่านี้ก็ยังหลงเหลือมีอำนาจวาสนาอยู่ก็หลายคนโดยไม่มีการกวาดล้างแต่อย่างใด

คนไทยเบื่อ “รัฐบาลเก่า” ที่แก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศไม่ได้ ปล่อยให้คนจนได้รับความเดือดร้อน โดยเฉพาะ ภาคเกษตรและชนบท เมื่อมีการเข้าควบคุมอำนาจจาก คสช. โดยเหตุผลที่โดนใจดังกล่าวข้างต้น และได้จัดตั้งรัฐบาลขึ้นมาใหม่ ในช่วงต้นๆ จึงมีกองเชียร์กองหนุนมากมายล้นหลามทั่วบ้านทั่วเมือง

เกือบ 4 ปีที่ คสช. เข้ามาควบคุมอำนาจ และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้ามาบริหารบ้านเมือง แต่พบว่ายังไม่ประสบความสำเร็จ เพราะยังไม่บรรลุสิ่งที่ประกาศไว้ว่าจะทำในวันที่เริ่มต้นเข้ามาควบคุมอำนาจ เพราะการทุจริตก็ไม่ลดลง และไม่พยายามจัดการโดยเด็ดขาด ระบบราชการยังไม่มีการปฏิรูปอย่างจริงจัง ยังใช้อำนาจเกินเลยสร้างอำนาจเหนือระบบขึ้นมา เศรษฐกิจก็ยังไม่สามารถแก้ให้ฟื้นคืนกลับมาได้ และหลายเรื่องยิ่งจมดิ่งลงมากกว่าเดิม

เมื่อทุกอย่างไม่ดีขึ้น กองหนุนกองเชียร์ก็หดหายไปตามธรรมดา ดังคำพูดของประธานองคมนตรี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ที่ว่า “ตู่บริหารจนกองหนุนหายหมดแล้ว”

หาก ท่านนายกรัฐมนตรี ต้องการลงจากตำแหน่ง โดยให้คนยังคงจดจำผลงานได้ ก็ต้องปรับความคิดและการทำงานในหลายจุด เช่น

1. ทำความเข้าใจกับโฆษกรัฐบาลก่อนการแถลง ว่าเหตุที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนคนยากจนและไม่พัฒนา เป็นเพราะมีพื้นที่ป่าไม้มากนั้น เป็นคำพูดที่ผิด เพราะในโลกใบนี้เศรษฐกิจจะดี และคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพราะมีทรัพยากรป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์เท่านั้น ไม่มีที่ไหนเจริญเติบโตได้โดยขาดแคลนทรัพยากรป่าไม้ แม้แต่สิงคโปร์ยังเร่งปลูกป่า ในอเมริกายังมีงานวิจัยว่าห้างร้านใดมีต้นไม้มาก คนจะใช้เวลาจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น โฆษกรัฐบาลส่งสัณญาณผิดอย่างนี้ คนก็บุกรุกถางป่ากันโล่งเตียนแน่นอน

2. การประกาศให้จังหวัดจันทบุรีเป็นศูนย์กลางตลาดผลไม้ของภูมิภาคนี้ ซึ่งก็ถูกต้องเหมาะสมแล้ว แต่ควรประกาศตั้งแต่มาเป็นรัฐบาลในวันแรก หรือแถลงต่อสภาให้เป็นเรื่องเป็นราว มาประกาศในช่วงนี้เท่ากับว่ารัฐบาลคิดไปทำไป ไม่มียุทธศาสตร์ ทำลายเครดิตรัฐบาลไปเปล่าโดยใช่เหตุ

3. อีกหนึ่งปัญหาใหญ่ที่ท้าทายรัฐบาลอยู่ในขณะนี้ คือ “ปัญหาคุณภาพอากาศ” ที่มีการสำรวจพบฝุ่นละอองเกินเกณฑ์มาตรฐานในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ทั้งเกินไปมากและจำนวนวันที่พบก็มากขึ้นต่อ 1 ปี และมีแนวโน้มจะมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่เมืองหลวงอื่นลดลง เช่น ปักกิ่ง

รัฐบาลต้องเร่งรีบยุติปัญหาโดยเร็ว เพราะหากช้าไปหรือไม่ทำอะไรเลย อาจจะมีการเคลื่อนไหวมวลชนจากกรณีนี้ได้ เดิมที่เคยใช้ประเด็นสินค้าญี่ปุ่น ประเด็นการเรียกร้องรัฐธรรมนูญ และการเลือกตั้งเป็นประเด็นในการชุมนุมและเคลื่อนไหวมวลชน ไม่แน่ครั้งนี้อาจใช้ประเด็นสิ่งแวดล้อมในเรื่องนี้ก็ได้ ก็เห็นๆ กันอยู่ว่ากระแสอนุรักษ์แรงขนาดไหน ดูจากเรื่องการล่าเสือดำที่ทุ่งใหญ่นเรศวรเป็นตัวอย่าง ทำให้คนไม่มีที่อยู่ไร้ที่ยืนกันไปหลายคน