สิ่งแวดล้อม เมื่อฟ้าเปลี่ยนสี

นับตั้งแต่มนุษย์เริ่มก้าวเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรมจนถึงปัจจุบัน นับเป็นเวลาเพียงไม่กี่ร้อยปี องค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้เพิ่มพูนและพัฒนาต่อยอดขึ้นไปเรื่อยๆ โลกถูกปรับเปลี่ยนโฉมหน้าใหม่ โดยอาศัยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่มนุษย์สร้างสรรค์พัฒนาขึ้นมา


จวบจนกระทั่งปัจจุบันนี้ นวัตกรรมความก้าวหน้าล่าสุดด้านต่างๆ ต่างก็ยังทยอยออกมาสร้างความทึ่งและตื่นเต้นให้กับมนุษย์เรา แต่ในขณะเดียวกัน ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติหลายอย่าง เช่น ภูมิอากาศ และสภาพแวดล้อม ก็แสดงความแปรปรวนผันผวนค่อนข้างรุนแรง ส่งผลกระทบให้เกิดความเดือดร้อน ต่อชีวิตทรัพย์สิน และความเป็นอยู่ของผู้คนในหลายภูมิภาคของโลก นวัตกรรมความก้าวหน้าทั้งหลายที่มีอยู่ จึงควบคู่ไปกับความตื่นตระหนก

ต่อภาวการณ์ที่รุนแรง ซึ่งไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะเกิดขึ้น หรือมีความรุนแรงและถี่บ่อยขนาดนี้ พร้อมกันนั้น ยังแสดงให้เห็นว่า ความก้าวหน้าพัฒนา ในสารพัดรูปแบบแห่งนวัตกรรม ที่ออกมาสนองความสะดวกสบายของมนุษย์นั้น ยังอยู่ห่างไกลนักกับการเข้าไปเทียบเคียง หรือต่อกรกับพลังอันยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ

นักวิทยาศาสตร์ด้านธรรมชาติวิทยาและสิ่งแวดล้อมทั่วโลก ได้พยายามหาคำตอบ และได้ข้อสรุปว่า ความรุนแรงทางปรากฏการณ์ทางธรรมชาติดังกล่าว เกิดจากอุณหภูมิภูมิอากาศของโลกที่สูงเพิ่มขึ้น หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “ภาวะโลกร้อน” ภาวะโลกร้อนเป็นสาเหตุสำคัญ ที่ส่งผลให้เกิดความแปรปรวนของสภาพแวดล้อมไปทั่วโลก และเกิดผลกระทบเป็นห่วงโซ่ต่อระบบนิเวศน์อื่นๆ ตามมา

มีการสืบเสาะหาตัวการสำคัญซึ่งเป็นต้นตอของปัญหา และพบว่ามาจากสิ่งอันเป็นผลพวงของการพัฒนาระบบเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมแบบขาดความสมดุล ที่ไม่คำนึงถึงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม โดยมีความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อน