สุดยอดคุณลุง! เปิด “โรงรับจำนำปูม้า” 2 ปี ช่วยปล่อยลูกปูม้าคืนธรรมชาติวันละ “2 ล้านตัว”

ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า คุณลุงนรงค์ ม่วงทองคำ วัย 68 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18 ม.1 ต.สะพลี อ.ปะทิว จ.ชุมพร

ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มโครงการวิสาหกิจชุมชน “โรงรับจำนำปู” อันเป็นองค์กรภาคประชาชนที่พัฒนามาจากเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง โดยเน้นการพึ่งพาอาศัยกันมากกว่าเรื่องธุรกิจ ว่าสามารถอนุรักษ์พันธุ์ปูม้าเป็นผลสำเร็จ

สามารถเป็นแหล่งเรียนรู้แก่ผู้สนใจเข้ามาศึกษาดูงานและสามารถปล่อยลูกปูม้าคืนสู่ธรรมชาติได้ถึง 2 ล้านตัวต่อวันอีกด้วย จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ

พบคุณลุงนรงค์ ม่วงทองคำ กำลังบรรยายที่มาที่ได้ของโครงการเปิดโรงรับจำนำปูม้า ให้กับหน่วยงานของภาครัฐที่เดินทางมาศึกษาดูงาน ว่า ชุมชนในแถบนี้ประกอบอาชีพประมงเป็นหลัก

จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะทำลายทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล ซึ่งปูม้าก็เป็นหนึ่งในนั้น โดยเวลาที่ชาวประมงได้ปูม้ามาบางครั้งก็จะมีปูไข่นอกกระดองติดมาด้วย หากเป็นผู้ที่ไม่เห็นคุณค่าก็จะนำไปขายโดยไม่คำนึงถึงลูกปูที่จะต้องตายไปเป็นจำนวนมาก

ตนเองพร้อมกับเพื่อนชาวประมง ได้จับกลุ่มตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนเพื่ออนุรักษ์ปูม้าขึ้น ในรูปแบบโรงรับจำนำปูม้า เพราะเห็นว่าอดีตตนเองเคยออกทะเลจับปูม้ามาขาย แต่ละครั้งได้ไม่น้อยกว่า 200 กก.

แต่อยู่ๆ มาเกิดวิกฤต เมื่อปี พ.ศ. 2556 ปูม้าจากเคยที่จับได้นับร้อยกิโลกรัม เหลือเพียงไม่กี่กิโลกรัม หรือนับเป็นตัวได้ไม่ถึงร้อยตัว ก็รู้แล้วว่าปูม้าที่ชาวประมงจับกันอย่างไม่ตระหนัก จับจนหมดทะเล

โดยไม่สนใจว่าปูม้าที่จับมาได้มีไข่และพร้อมกำลังจะวางไข่ ตนเองพร้อมเพื่อนในกลุ่มจึงออกให้ความรู้แก่ชาวประมงพื้นบ้าน เพื่อให้พวกเขาเห็นคุณค่าของไข่นอกกระดองที่ต้องสูญเสียไป

คุณลุงนรงค์ กล่าวว่า โรงรับจำนำปูม้าแห่งนี้ จะใช้หลักการรูปแบบรับจำนำปูม้าที่มีไข่เต็มท้องหรือที่เค้าเรียกกันว่าไข่ลากทราย หรือไข่นอกกระดอง โดยจะรับจำนำตัวละ 20 บาทจากชาวประมง แล้วนำไปในถังเพื่อให้ปูม้าได้สลัดไข่ ซึ่งก็ใช้เวลาประมาณไม่ถึงอาทิตย์

และหากว่าชาวประมงที่มาจำนำ จะมาไถ่ปูกลับก็จะคิดดอก 1 บาทเพื่อเข้ากองทุน แต่ส่วนใหญ่ก็จะจำนำขาดเลย คือไม่มาเอาคืน ทางโรงรับจำนำก็จะจับแม่ปูม้าไปส่งขายต่อตามตลาด ร้านค้า ในราคา 230-250 บาท/กก. กิโลกรัมละประมาณ 7-8 ตัว ซึ่งก็จะได้กำไรจากจำนวนปูม้าอีกต่อ

ส่วนลูกปูม้า ก็จะอนุบาลลูกปู อีก 2-3 วัน แล้วจะนำไปปล่อยคืนสู่ท้องทะเล เพื่อเป็นการอนุรักษ์และเพาะพันธุ์ปูม้าไม่ให้หมดไปจากท้องทะเลไทย อีกด้วย

คุณลุงนรงค์ ยังกล่าวต่อว่า หลังจากเปิดรับจำนำและปล่อยพันธุ์ลูกปูม้าสู่ทะเลได้ไม่ถึง 8 เดือน พบว่าชาวประมงพื้นที่บ้านที่ทำประมงจับปูม้า สามารถออกจับปูม้าได้มากขึ้น มีรายได้เพิ่มมากขึ้น จากวันละ 800 บาท เพิ่มขึ้นเป็นวันละ 1000 กว่าบาท

ทำให้ชาวประมงที่จับปูม้าที่มีไข่ แห่กันนำปูม้ามีไข่มาส่ง จากจำนำ 20 บาท มาเป็น 10 บาท ไปจนถึงไม่ขอรับเงิน เพราะชาวประมงเห็นความสำคัญของโรงรับจำนำปูม้าแห่งนี้ ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการอนุรักษ์พันธุ์ปูม้าและเพื่อให้ชาวประมงทำประมงได้อย่างยั่งยืน

คุณลุงนรงค์ กล่าวต่ออีกว่า ปัจจุบันโรงรับจำนำปูแห่งนี้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ประจำชุมชนซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้สนใจและเด็กนักเรียนมาศึกษาวิธีการอนุรักษ์และเพาะพันธุ์ปูม้า

และสามารถหากินปูม้าสดๆ ได้ ณ ที่นี้ และนอกจากนี้ยังให้ผู้มาศึกษาดูงาน ได้ร่วมกิจกรรมปล่อยพันธุ์ลูกปูม้าได้ตลอดทุกวันๆ ละ 2 ล้านตัวอีกด้วย