เปลี่ยนทะเลทรายที่แห้งแล้งเป็นสวนสวรรค์ด้วย “ลิควิด นาโน เคลย์

บริษัทสตาร์ทอัพสัญชาตินอร์เวย์ คิดค้นเทคโนโลยีที่ช่วยพลิกฟื้นให้ทะเลทรายอันแห้งแล้งในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) กลายเป็นดินแดนที่เขียวขจีมีสภาพเหมาะสมกับการเพาะปลูกพืชเลี้ยงปากท้องผู้คนอีกครั้งปัญหาสภาพอากาศที่แห้งแล้งขึ้นทุกขณะ กำลังเป็นประเด็นที่สร้างความวิตกกังวลให้หลายฝ่าย โดยข้อมูลจากหน่วยงานที่ต่อสู้กับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของสหประชาชาติ ระบุว่า ภายในปี 2045 ผู้คน 135 ล้านคนทั่วโลกอาจต้องละทิ้งถิ่นที่อยู่อาศัยเพราะผืนดินที่เคยอยู่และทำกินได้แปรสภาพเป็นทะเลทราย

ฟาร์มโซลาร์ลอยน้ำใหญ่ที่สุดในโลก: ความหวังใหม่ด้านพลังงานสีเขียวของจีน
เกษตรกรรมที่ไร้เกษตรกร?
คลังขั้วโลก “สวาลบาร์ด” มียอดสะสมเมล็ดพันธุ์พืชกว่า 1 ล้านชนิดแล้วนายคริสเตียน อูเลเซน correo-hotmail.comนักวิทยาศาสตร์ชาวนอร์เวย์ เจ้าของธุรกิจสตาร์ทอัพ Desert Control ได้ค้นลิควิด นาโน เคลย์ (Liquid nano clay หรือ LNC) ซึ่งทำจากอนุภาคดินขนาดจิ๋วผสมกับน้ำ มีคุณสมบัติช่วยประสานอนุภาคทรายไว้ด้วยกัน ทำให้ทรายสามารถเก็บกักน้ำและสารอาหารเอาไว้ได้ จึงมีสภาพเหมาะสมสำหรับการเพาะปลูกพืชผลต่าง ๆ

นวัตกรรมนี้ช่วยให้ดินที่แห้งแล้งมีสภาพพร้อมที่จะใช้ปลูกพืชได้ภายในเวลาเพียง 7 ชั่วโมง ทั้งที่โดยทั่วไปอาจต้องใช้เวลาถึง 7 ปีกว่าจะเปลี่ยนทรายให้เป็นดินที่อุดมสมบูรณ์ได้

โดยปกติเกษตรกรในยูเออีต้องนำรถบรรทุกน้ำเข้าไปรดพืชผลที่ปลูกในไร่ โดยในสภาพอากาศที่ร้อนระดับปานกลางจะต้องใช้น้ำมากกว่าการปลูกพืชในดินปกติเกือบ 3 เท่า ด้วยเหตุนี้จึงทำให้การเพาะปลูกพืชผลการเกษตรในยูเออีเป็นเรื่องที่ทำไม่ได้จริงในทางปฏิบัติ ส่งผลให้ประเทศต้องนำเข้าพืชผักผลไม้คิดเป็นสัดส่วนราว 80% ของปริมาณที่บริโภคกันในประเทศ

นายไฟซัล อัล ชิมมารี เจ้าของฟาร์มในยูเออี บอกว่าผลการประเมินบ่งชี้ว่า ลิควิด นาโน เคลย์ ช่วยประหยัดน้ำในการเพาะปลูกลงกว่า 50% และให้ความหวังพวกเขาว่าจะสามารถสร้างพื้นที่เกษตรที่อุดมสมบูรณ์ราวกับสวนสวรรค์บนโลกมนุษย์ได้สักวันหนึ่ง

รายงานชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของสารคีดีชุด Taking the Temperature ของบีบีซีซึ่งได้รับการสนับสนุนเงินทุนด้านการผลิตโดย Skoll Foundation มูลนิธิในสหรัฐฯ ที่ส่งเสริมนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อแก้ปัญหาเร่งด่วนที่โลกกำลังเผชิญ